Sidebar

Magazine menu

23
Mon, Oct

ระเบียบข้อบังคับสมาคมฯ

Typography

ข้อบังคับสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์

แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2559
หมวดที่ 1

บททั่วไป
ข้อ 1.  สมาคม มีชื่อว่า สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ ใช้อักษรย่อ สนตอ. (จุด) มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า  CHULALONGKORN UNIVERSITY PREPARATORY SCHOOL ALUMNI ASSOCIATION UNDER THE ROYAL PATRONAGE  ใช้อักษรย่อว่า  CUPSAA

ข้อ 2. สมาคม  มีรูปสัญลักษณ์พระเกี้ยวน้อย ประดับด้วยรัศมีสีทองบนพื้นสีชมพู มีอักษรย่อ  สนตอ. CUPSAA และคำว่า  สมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ สีทอง  อยู่เบื้องล่างบนพื้นสีขาว และสีกรมท่า ตามลำดับ ล้อมรอบด้วยรูปหกเหลี่ยมเป็นเครื่องหมาย  ตามรูปและลักษณะดังนี้

CUPSAA LOGO

เข็มเครื่องหมายสมาชิก ทำด้วยโลหะ โดยย่อส่วนลงจากเครื่องหมายของสมาคม

ข้อ 3.  สำนักงานใหญ่ของสมาคม ตั้งอยู่ที่อาคารสมาคมนักเรียนเก่าเตรียมอุดมศึกษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ เลขที่ 227 ถนนพญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330330

ข้อ 4.  สมาคมมีวัตถุประสงค์  เพื่อ 
            4.1   ส่งเสริมเกียรติและชื่อเสียงของโรงเรียน
            4.2   ส่งเสริมความสามัคคีและเกื้อกูลระหว่างสมาชิก
            4.3   ส่งเสริมการศึกษา การกีฬา และศีลธรรม ของนักเรียนเก่าและนักเรียนปัจจุบัน
            4.4   ส่งเสริมการบำรุงสุขภาพและอนามัย
            4.5   ส่งเสริมสวัสดิการ ยกเว้นฌาปนกิจสงเคราะห์
            4.6   ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับหน่วยราชการ องค์การ สมาคม หน่วยงานอื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศ  
                   ที่มีวัตถุประสงค์สอดคล้องซึ่งกันและกัน  ทั้งนี้  ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง


หมวดที่ 2

สมาชิก
ข้อ 5.  สมาชิกของสมาคมมี  4  ประเภท  คือ
         5.1   สมาชิกกิตติมศักดิ์
         5.2   สามัญสมาชิก
         5.3   ภาคีสมาชิก
         5.4   สมาชิกสมทบ

ข้อ 6. สมาชิกกิตติมศักดิ์  ได้แก่  ผู้ทรงคุณวุฒิ  หรือผู้มีเกียรติยศชื่อเสียง  หรือผู้มีอุปการคุณแก่สมาคม  ซึ่งคณะกรรมการบริหารเห็นสมควรเชิญเข้าเป็นสมาชิกภาคีสมาชิกและสามัญสมาชิกอาจได้รับเกียรติให้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ได้ และไม่เสียสิทธิในการเป็นสมาชิกเดิม

ข้อ 7. สามัญสมาชิก ได้แก่ ภาคีสมาชิกที่ได้ยื่นใบสมัครเป็นสามัญสมาชิก และชำระค่าบำรุงตลอดชีพ ให้สมาชิกสามัญตามข้อบังคับเดิม เป็นสามัญสมาชิกตามข้อบังคับนี้ตั้งแต่วันที่ใช้ข้อบังคับนี้เป็นต้นไป 

ข้อ 8. ภาคีสมาชิก ได้แก่

       8.1   ผู้ที่เคยเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
       8.2   ผู้ที่เคยเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสมัยสงคราม
       8.3   ผู้ที่เคยเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
       8.4   ผู้ที่เคยเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาบางแสน
       8.5   ผู้ที่เคยเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาบางปู
       8.6   ผู้ที่เคยเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาสามพราน
       8.7   ผู้ที่เคยเป็นนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาคลองอรชร
       8.8   ผู้ที่เคยเป็นนักเรียนแผนกฝึกหัดครูมัธยมโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และนักเรียนสาธิตของแผนกฝึกหัดครูมัธยม
       8.9   ผู้ที่เป็น และเคยเป็นอาจารย์โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และอาจารย์โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  หรือโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสมัยสงคราม  หรือโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาบางแสน บางปู สามพราน คลองอรชร

ข้อ 9.  สมาชิกสมทบ  ได้แก่  ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

ข้อ 10. ให้ภาคีสมาชิกผู้ต้องการสมัครเป็นสามัญสมาชิกยื่นใบสมัครต่อเลขาธิการ โดยชำระเงินค่าสมัครและค่าบำรุงในวันสมัคร ให้เลขาธิการนำรายชื่อผู้สมัครเสนอคณะกรรมการบริหารในการประชุมครั้งต่อไปเพื่อลงมติรับเข้าไว้เป็นสมาชิก โดยให้นายทะเบียนจัดการลงชื่อขึ้นทะเบียนไว้ในวันทำการถัดไป และให้ถือวันขึ้นทะเบียนเป็นวันเริ่มสมาชิกภาพ  หากผู้ต้องการสมัครท่านนั้นไม่มีชื่อในทะเบียนนักเรียนเก่า ให้ใช้สามัญสมาชิก 3 รายรับรอง ถ้าคณะกรรมการบริหารมีมติคัดค้าน ให้เลขาธิการคืนเงินค่าสมัครและค่าบำรุงแก่ผู้สมัคร

ข้อ 11.  สมาชิกกิตติมศักดิ์ ภาคีสมาชิก และสมาชิกสมทบ ไม่ต้องเสียค่าสมัครและค่าบำรุง

ข้อ 12.  สามัญสมาชิกจะต้องเสียค่าสมัครคนละ 20 บาท (ยี่สิบบาทถ้วน)

ข้อ 13.  สามัญสมาชิกชำระค่าบำรุงสมาคมครั้งเดียวตลอดชีพเป็นเงิน 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน)

ข้อ 14.  สมาชิกมีสิทธิประดับเข็มเครื่องหมายของสมาคม

ข้อ 15.  สมาชิกมีสิทธิใช้สถานที่ของสมาคม โดยปฏิบัติตามระเบียบของสมาคม

ข้อ 16.  สมาชิกมีสิทธิเข้าประชุม  หรือเสนอข้อคิดเห็นอันเกี่ยวกับกิจการของสมาคม

ข้อ 17.  สามัญสมาชิกมีสิทธิได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหาร  และมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุม

ข้อ 18.  สมาชิกย่อมมีความรับผิดชอบต่อสมาคมเพียงเท่าจำนวนเงินค่าบำรุง  และหนี้อย่างอื่นที่สมาชิกค้างชำระเท่านั้น


หมวดที่ 3

การขาดจากสมาชิกภาพ
ข้อ 19.  สมาชิกย่อมขาดจากสมาชิกภาพ ในกรณีดังต่อไปนี้

          19.1   ตาย
          19.2   ลาออก สมาชิกจะลาออกจากสมาชิกภาพได้ โดยการแสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษร ต่อคณะกรรมการบริหาร
          19.3   ต้องคำพิพากษาของศาลให้จำคุก เว้นแต่ความผิดโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
          19.4   ต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล  เป็นคนล้มละลาย  คนสาบสูญ  คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ  แล้วแต่กรณี
          19.5   ถูกลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกโดยมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการบริหารที่มาประชุม หรือ โดยที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสามัญสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม

หมวดที่ 4

คณะกรรมการบริหาร
ข้อ 20.  ให้ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีออกเสียงลงคะแนนในการเลือกตั้งนายก  ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง  หากมีผู้ได้รับคะแนนเท่ากัน  ให้ออกเสียงลงคะแนนใหม่โดยวิธีลับระหว่างผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเท่ากัน

ข้อ 21.  ให้นายกแต่งตั้งกรรมการบริหารทุกตำแหน่งจากสามัญสมาชิก  โดยมีจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คน และไม่มากกว่า 100 คน  และให้ดำรงตำแหน่งได้วาระ ละ 1 ปี

ข้อ 22.  คณะกรรมการบริหารดำรงตำแหน่งต่างๆ ดังนี้

          นายก
          อุปนายก
          เลขาธิการ
          เหรัญญิก
          นายทะเบียน
          สาราณียกร
          ปฏิคม
          ประธานฝ่ายต่างๆ
          กรรมการกลาง

คณะกรรมการบริหารมีอำนาจและหน้าที่ตามระเบียบของสมาคม

ข้อ 23.   กรรมการบริหารย่อมพ้นจากตำแหน่ง  โดย
            23.1   ครบวาระ
            23.2   ขาดจากสมาชิกภาพ
            23.3   ลาออกจากกรรมการ

23.4   ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออก โดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสามัญสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม  

ข้อ 24.   ถ้ากรรมการบริหารตำแหน่งใดว่างลงก่อนครบวาระ  ให้นายกแต่งตั้งสามัญสมาชิกเข้าแทนได้ และให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าระยะเวลาของผู้ที่ตนแทน  ถ้าตำแหน่งนายกว่างลงก่อนครบวาระ ยกเว้นกรณีถูกลงมติให้ออกโดยที่ประชุมใหญ่ ให้เลื่อนอุปนายกอาวุโสลำดับถัดไป ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกแทน ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารครบวาระ ให้คณะกรรมการบริหารชุดเดิมรักษาการณ์จนกว่าจะดำเนินการเลือกตั้งนายกใหม่ และจะต้องส่งมอบหน้าที่ให้แก่คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ภายใน 60 วัน

ข้อ 25.  ให้คณะกรรมการบริหารประชุมปรึกษาหารือกิจการสมาคมอย่างน้อยสองเดือนต่อครั้ง โดยนายกหรือผู้ที่คณะกรรมการในที่ประชุมเห็นชอบเป็นประธานในการประชุมองค์ประชุมคณะกรรมการบริหารต้องไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนคณะกรรมการบริหาร มติของที่ประชุม ให้ถือคะแนนเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด นายกอาจเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารได้เป็นครั้งคราว

ข้อ 26.  คณะกรรมการบริหาร  มีหน้าที่ดำเนินกิจการของสมาคมให้มีความเจริญรุ่งเรืองภายในขอบเขตวัตถุประสงค์และมีอำนาจ

          26.1   ตราระเบียบเพื่อดำเนินการของสมาคมให้มีความเจริญมั่นคง
          26.2   แต่งตั้งผู้แทนสมาคมประจำภาคหรือประจำจังหวัด
          26.3   แต่งตั้งกรรมการบริหารหรือสมาชิกเป็นอนุกรรมการ  เพื่อดำเนินกิจกรรมพิเศษของสมาคมตามความเหมาะสม เช่น งานด้านวิชาการ วิเทศสัมพันธ์ สวัสดิการ และกีฬา เป็นต้น
          26.4   ทำนิติกรรมผูกพันสมาคม  หรือสั่งจ่ายเงินของสมาคม  เพื่อดำเนินการได้ตามความเหมาะสมตามระเบียบของสมาคม
          26.5   เชิญผู้ทรงเกียรติหรือผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการที่ปรึกษา  หรือเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์  หรือเป็นอนุกรรมการ
          26.6   คณะกรรมการบริหารมีอำนาจสั่งการ และจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สินของสมาคมตามระเบียบของสมาคม

ข้อ 27.  ให้เหรัญญิกรายงานงบการเงินในการประชุมคณะกรรมการบริหารทุกครั้ง งบการเงินต้องมีรายการย่อแสดงจำนวนทรัพย์สิน และหนี้สินของสมาคม  

ข้อ 28.  คณะกรรมการบริหารจะต้องจัดให้มีการจดบันทึกการประชุมของคณะกรรมการบริหาร หรือคณะอนุกรรมการลงไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง ให้เก็บรักษาสมุดบันทึกนี้ไว้ ณ สำนักงานใหญ่ของสมาคม  และสมาชิกมีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารเพื่อตรวจสอบดูบันทึกการประชุมได้

หมวดที่ 5

การประชุมใหญ่
ข้อ 29.   การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ให้มีขึ้นภายในเดือนกรกฎาคม เพื่อให้คณะกรรมการบริหารแถลงผลงานและเลือกตั้งนายกคนใหม่เมื่อครบวาระ โดยระบุ วัน เวลา สถานที่ ระเบียบวาระการประชุม และแจ้งล่วงหน้าก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 15 วัน การประชุมใหญ่ต้องมีสามัญสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่า 50 คน  จึงจะถือว่าเป็นองค์ประชุม มิฉะนั้นให้มีการเรียกประชุมใหม่ภายในกำหนด 30 วัน โดยการประชุมที่นัดเรียกใหม่นี้ให้ถือองค์ประชุมไม่น้อยกว่า 30 คน

ข้อ 30.   การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจัดให้มีขึ้นได้ เมื่อคณะกรรมการบริหารพิจารณาเห็นสมควร หรือสมาชิกจำนวนตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป แสดงความจำนงเป็นลายลักษณ์อักษรต่อเลขาธิการ และต้องมีองค์ประชุม   ไม่น้อยกว่า 50 คน  จึงลงมติโดยเสียงข้างมากได้

ข้อ 31.   ให้นายกทำหน้าที่ประธานในการประชุมใหญ่  และให้เลขาธิการทำหน้าที่จดบันทึกรายงานการประชุม ในกรณีนายกไม่สามารถทำหน้าที่ประธานในการประชุมใหญ่ได้ ให้อุปนายกคนใดคนหนึ่ง หรือผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ทำหน้าที่แทน ในกรณีที่เลขาธิการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้  ให้ประธานในการประชุมใหญ่แต่งตั้งกรรมการบริหารหรือสามัญสมาชิกผู้ใดผู้หนึ่งทำหน้าที่แทน

ข้อ 32.   ให้เลขาธิการหรือผู้ทำหน้าที่แทนในการประชุมใหญ่  รวบรวมรายงานการประชุมซึ่งประธานได้ลงนามรับรองแล้วไว้เป็นหลักฐาน



หมวดที่ 6

การเงิน
ข้อ 33.   ให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้รับผิดชอบในการเงินและทรัพย์สินของสมาคมตามกฎหมาย ใบสำคัญจ่าย เงินแต่ละครั้ง นายกหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย และเหรัญญิก หรือกรรมการบริหารที่นายกมอบหมายต้อง   ลงนามรับรองกำกับไว้ ตามระเบียบของสมาคม

ข้อ 34.   เหรัญญิกต้องนำเงินของสมาคมไปฝากธนาคารซึ่งคณะกรรมการบริหารเห็นชอบ และให้นำฝากประเภทเงินฝากประจำ หรือดำเนินการอื่นใดที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร เว้นแต่กรณีเงินบริจาครายใดที่มีเงื่อนไขกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น เหรัญญิกรักษาเงินสดไว้ได้ไม่เกิน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน) นายกหรืออุปนายก และเหรัญญิก หรือกรรมการบริหารที่นายกมอบหมาย เป็นผู้มีอำนาจอนุมัติให้จ่ายเงินในกิจการของสมาคมจากธนาคารให้นายกมีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้คราวละไม่เกิน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ในกิจการของสมาคมโดยไม่ต้องผ่านมติที่ประชุมก่อน แล้วรายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารทราบในการประชุมครั้งถัดไป

ข้อ 35.   ให้มีผู้สอบบัญชีที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ และต้องเป็นผู้ที่มิได้เป็นกรรมการบริหาร กับจะต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมาย ในระหว่างที่ยังไม่มีการประชุมใหญ่ ถ้าผู้สอบบัญชีไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วยเหตุใดก็ตาม ให้คณะกรรมการบริหารมีอำนาจแต่งตั้งผู้สอบบัญชีเป็นการชั่วคราวได้



หมวดที่ 7

การแก้ไขข้อบังคับ
ข้อ 36.   การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ อาจทำได้โดยมติที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสามัญสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม

ข้อ 37.   ให้ยกเลิกข้อบังคับซึ่งใช้อยู่ก่อนข้อบังคับนี้เสียทั้งสิ้น และให้ใช้ข้อบังคับนี้ตั้งแต่วันที่ได้รับจดทะเบียนการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของสมาคมจากนายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานคร

หมวดที่ 8

การเลิกสมาคม
ข้อ 38.   การเลิกสมาคมให้เป็นไปตามกฎหมาย และให้ที่ประชุมใหญ่เป็นผู้ลงมติแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี แล้วให้โอนทรัพย์สินของสมาคมที่เหลือเป็นสมบัติของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาต่อไป



 หมายเหตุ:     ข้อบังคับสมาคมฉบับนี้ได้แก้ไขเพิ่มเติมตามมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2559   เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2559